บทความศูนย์การเรียนรู้ธนาคารกสิกรไทย เป้าหมายสู่ LEED Platinum (ผศ.ดร.จตุวัฒน์ วโรดมพันธ์)

Published on 25 03 2018, IN Article


ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารกสิกรไทย เป้าหมายสู่ LEED Platinum  (ตอนที่ 1)
โดย ดร. จตุวัฒน์ วโรดมพันธ์ LEED AP, TREES-A

อาจารย์ประจำ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ท่ามกลางกระแสอาคารเขียวทั้งในและต่างประเทศที่กำลังทวีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น ทั้งในไทยและในต่างประเทศ องค์กรชั้นนำต่างๆ ในประเทศไทยเองก็ปรับตัวรับกับกระแสเหล่านี้ โดยได้มีการนำอาคารที่กำลังสร้างใหม่และอาคารเดิมของตนเข้าร่วมโครงการประเมินอาคารเขียวในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเกณฑ์ LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) อย่างเป็นทางการ ซึ่งองค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ปูนซิเมนต์ไทย ธนาคารกสิกรไทย การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ไทยออยล์ Citibank HSBC ตลอดจนองค์กรภาครัฐและเอกชน อีกเป็นจำนวนมากที่ได้มีนโยบายการประกวดแบบและจัดจ้าง ให้อาคารต้องผ่านเกณฑ์ LEED ไม่ว่าจะเป็นระดับรางวัลใดรางวัลหนึ่งเป็นอย่างน้อย  

ผู้เขียนขอแนะนำอาคารเขียวแห่งใหม่ของธนาคารกสิกรไทยที่มุ่งหวังที่จะผ่านการรับรองระดับสูงสุด LEED Platinum จาก USGBC (US Green Building Council) อาคารใหม่แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของศูนย์การเรียนรู้ธนาคารกสิกรไทย บางปะกง  อาคารถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอาคารพักอาศัยสำหรับพนักงานของธนาคารที่มาเข้าร่วม งานสัมมนา และเพื่อใช้ในการจัดงานสัมมนาเพิ่มเติมนอกเหนือจากพื้นที่การสัมมนาในอาคารหลักที่มีอยู่เดิม โครงการอาคารศูนย์การเรียนรู้ใหม่นี้เป็นอาคาร 4 ชั้น และชั้นกึ่งใต้ดิน 1 ชั้น เป็นชั้นพักอาศัย 3 ชั้น ตั้งแต่ชั้น 2-4 ซึ่งมีจำนวนห้องพักรวม 52 ห้อง ส่วนชั้นที่ 1 เป็นชั้นเรียน ซึ่งประกอบด้วยห้องบรรยายขนาดใหญ่ ความจุ 150 ที่นั่งจำนวน 4 ห้อง และส่วนประชาสัมพันธ์ ส่วนชั้นกึ่งใต้ดินเป็นพื้นที่ส่วนบริการ ห้องเครื่อง และที่จอดรถ 

แนวความคิดในการออกแบบของโครงการเป็นไปตามเกณฑ์อาคารเขียวระดับสากล  ซึ่งก็คือ LEED  โดยเป็นไปตาม LEED สำหรับอาคารใหม่ หรือ New Construction (NC) Version 3  ซึ่งหากอาคารนี้ผ่านการรับรองระดับ Platinum  ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของ LEED  จะทำให้เป็นอาคารหลังแรกทีได้ผ่านเกณฑ์ประเภท NC V3 เป็นหลังแรกของไทย  โดยอาคารต้องสามารถทำคะแนนได้ 80 คะแนนขึ้นไปจาก 110 คะแนน และต้องผ่านข้อบังคับทั้ง 8 ข้อของ LEED   ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าจะได้คะแนนราว 82 คะแนน ทั้งนี้จากการประเมินเบื้องต้นพบว่าหากทางธนาคารต้องการทำคะแนนเพิ่มขึ้นกว่านี้ก็สามารถกระทำได้ แต่การลงทุนจะเพิ่มสูงขึ้นมากเกินกว่างบประมาณที่วางไว้มาก ดังนั้น การทำคะแนนในแต่ละข้อต้องมีความถูกต้องและชัดเจนตามข้อกำหนดของ LEED  เนื่องจากคะแนนที่ใกล้กับคะแนนขั้นต่ำของระดับรางวัล Platinum มาก การมีส่วนร่วมและการประสามงานของทุกฝ่ายจึงมีความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น สถาปนิก วิศวกร เจ้าของโครงการ  และที่สำคัญที่สุดคือ ที่ปรึกษา LEED  ที่จะต้องตีความหมายคะแนนและกำหนดแนวทางที่เหมาะสมเพื่อให้มีข้อผิดพลาดในการทำคะแนนให้น้อยที่สุด

ผู้เขียนขอแนะนำอาคารเขียวแห่งใหม่ของธนาคารกสิกรไทยที่มุ่งหวังที่จะผ่านการรับรองระดับสูงสุด LEED Platinum จาก USGBC (US Green Building Council) อาคารใหม่แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของศูนย์การเรียนรู้ธนาคารกสิกรไทย บางปะกง  อาคารถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอาคารพักอาศัยสำหรับพนักงานของธนาคารที่มาเข้าร่วม งานสัมมนา และเพื่อใช้ในการจัดงานสัมมนาเพิ่มเติมนอกเหนือจากพื้นที่การสัมมนาในอาคารหลักที่มีอยู่เดิม โครงการอาคารศูนย์การเรียนรู้ใหม่นี้เป็นอาคาร 4 ชั้น และชั้นกึ่งใต้ดิน 1 ชั้น เป็นชั้นพักอาศัย 3 ชั้น ตั้งแต่ชั้น 2-4 ซึ่งมีจำนวนห้องพักรวม 52 ห้อง ส่วนชั้นที่ 1 เป็นชั้นเรียน ซึ่งประกอบด้วยห้องบรรยายขนาดใหญ่ ความจุ 150 ที่นั่งจำนวน 4 ห้อง และส่วนประชาสัมพันธ์ ส่วนชั้นกึ่งใต้ดินเป็นพื้นที่ส่วนบริการ ห้องเครื่อง และที่จอดรถ 

แนวความคิดในการออกแบบของโครงการเป็นไปตามเกณฑ์อาคารเขียวระดับสากล  ซึ่งก็คือ LEED  โดยเป็นไปตาม LEED สำหรับอาคารใหม่ หรือ New Construction (NC) Version 3  ซึ่งหากอาคารนี้ผ่านการรับรองระดับ Platinum  ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของ LEED  จะทำให้เป็นอาคารหลังแรกทีได้ผ่านเกณฑ์ประเภท NC V3 เป็นหลังแรกของไทย  โดยอาคารต้องสามารถทำคะแนนได้ 80 คะแนนขึ้นไปจาก 110 คะแนน และต้องผ่านข้อบังคับทั้ง 8 ข้อของ LEED   ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าจะได้คะแนนราว 82 คะแนน ทั้งนี้จากการประเมินเบื้องต้นพบว่าหากทางธนาคารต้องการทำคะแนนเพิ่มขึ้นกว่านี้ก็สามารถกระทำได้ แต่การลงทุนจะเพิ่มสูงขึ้นมากเกินกว่างบประมาณที่วางไว้มาก ดังนั้น การทำคะแนนในแต่ละข้อต้องมีความถูกต้องและชัดเจนตามข้อกำหนดของ LEED  เนื่องจากคะแนนที่ใกล้กับคะแนนขั้นต่ำของระดับรางวัล Platinum มาก การมีส่วนร่วมและการประสามงานของทุกฝ่ายจึงมีความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น สถาปนิก วิศวกร เจ้าของโครงการ  และที่สำคัญที่สุดคือ ที่ปรึกษา LEED  ที่จะต้องตีความหมายคะแนนและกำหนดแนวทางที่เหมาะสมเพื่อให้มีข้อผิดพลาดในการทำคะแนนให้น้อยที่สุด
 

บทความนี้ ผู้เขียนได้สรุปแนวทางที่การทำคะแนน LEED ของศูนย์การเรียนรู้ธนาคารกสิกรไทยโดยได้แสดงไว้ในตารางคะแนน LEED ที่ระบุถึงคะแนนที่คาดว่าจะได้ และคะแนนที่ไม่มีการมุ่งทำคะแนน การทำคะแนนในตารางดังกล่าวนั้น เกี่ยวข้องโดยตรงกับมาตรการการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ซึ่งเป็นที่น่าสนใจว่ามาตรการไหนได้ถูกนำมาใช้ในอาคารหลังนี้และเพราะเหตุใด  ในทางกลับกัน เหตุใดบางมาตรการจึงถูกปฏิเสธไม่ให้มีการลงทุนหรือนำมาใช้ในโครงการ  แนวทางดังกล่าวน่าจะมีส่วนช่วยผู้อ่านไม่มากก็น้อยใน การกำหนดแนวทางดำเนินโครงการอาคารที่มีความคุ้มทุนและมีประสิทธิภาพสูงสุด  เนื่องจากเนื้อหาเกี่ยวกับโครงการนี้มีค่อนข้างมากจึงไม่สามารถจบได้ในบทความเดียว  ผู้เขียนจึงขออธิบายแนวคิดและมาตรการต่างๆ เป็นตอนๆ ซึ่งในบทความตอนแรกนี้ ผู้เขียนจะอธิบายถึงแนวคิดตามหมวดคะแนนของ LEED  ซึ่งได้แก่ ความยั่งยืนของที่ตั้งโครงการ ของโครงการก่อน ส่วนเรื่องประสิทธิภาพการใช้น้ำ พลังงานและบรรยากาศ วัสดุและทรัพยากร คุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคาร นวัตกรรม และความเร่งด่วนส่วนภูมิภาค จะขอยกไปอธิบายในบทความฉบับต่อไป 

ความยั่งยืนของที่ทั้งโครงการ (Sustainable Site)
ในหมวดนี้มีคะแนนสูงถึง 26 คะแนน และข้อบังคับ 1 ข้อ ซึ่งแบ่งเป็นประเด็นเกี่ยวกับที่ตั้งโครงการ และการออกแบบผังบริเวณของโครงการ

  • การก่อสร้างที่มีผลกระทบต่ำ เนื่องจากเป็นคะแนนข้อบังคับทางผู้รับเหมาะจำเป็นต้องจัดทำแผนควบคุมมลภาวะระหว่างการก่อสร้างที่เป็นไปตามมาตรฐาน EPA (Environmental Protection Agency) โดยต้องคำนึงถึงการปนเปื้อนของท่อระบายน้ำ และคลองต่างๆ ที่อาจเกิดจากเศษฝุ่นและดินของโครงการ อีกทั้ง  ต้องมีมาตรการป้องกันฝุ่นที่เกิดขึ้น  ในโครงการนี้ตั้งอยู่ใกล้กับคลองขนาดเล็กที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำบางปะกง การป้องกันฝุ่นตะกอนด้วยรั้วขึงตาข่าย (silt fence) จึงมีความสำคัญมาก นอกจากนี้การวางแผนในการดักตะกอนด้วยร่องดิน(Earth dike)  ยังมีส่วนช่วยให้สามารถควบคุมการไหลของน้ำไปยังบ่อดักตะกอนก่อนที่น้ำจะไหลออกนอกพื้นที่โครงการ นอกจากนี้ยังมีการขุดแอ่งเพื่อล้างล้อรถบรรทุก  การจัดพื้นที่ล้างสีและสารเคมี เพื่อให้การก่อสร้างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด
  • การเลือกที่ตั้งโครงการที่เหมาะสม ในข้อนี้ต้องมีการวางแผนการหลีกเลี่ยงการก่อสร้างโครงการในพื้นที่    ทางเกษตรกรรม สวนสาธารณะ แก้มลิง ที่อยู่อาศัยของสัตว์สงวน พื้นที่น้ำท่วมถึง และแหล่งน้ำต่างๆ  ซึ่งหลังจากการตรวจสอบพบว่าพื้นที่ของโครงการไม่ได้อยู่ในพื้นที่ต้องห้ามตามข้อกำหนด  ซึ่งควรได้รับเอกสารยืนยันจากทางราชการเป็นภาษาอังกฤษเพื่อยื่นประเมินด้วย
  • พื้นที่ Brownfield  ซึ่งเป็นพื้นที่ทางอุตสาหกรรมที่มีการขจัดสารพิษตามมาตรฐาน ASTM การพัฒนาโครงการบนพื้นที่ดังกล่าว จึงถือเป็นการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ไร้ประโยชน์ให้กลับมามีคุณค่าอีกครั้ง เนื่องจากพื้นที่โครงการไม่มีหลักฐานว่ามีการปนเปื้อนมาก่อน จึงไม่สามารถทำคะแนนในข้อนี้ได้
  • การลดผลกระทบจากการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งถือว่ามีการใช้พลังงานอย่างมหาศาล ดังนั้น LEED จึงให้คะแนนไว้สูงถึง 12 คะแนน โดยมาตรการต่างๆ ประกอบด้วย การจัดทำแผนสนับสนุนการใช้  shutter bus  และห้ามการใช้รถยนต์ส่วนตัว (ขับมาคนเดียว) มาที่โครงการ ซึ่ง shutter bus จะทำการรับส่งจากโครงการที่ไม่มีระบบขนส่งมวลชนไปยังระบบขนส่งมวลชนที่ใกล้ที่สุด อีกทั้งยังมีการจัดที่จอดจักรยานพร้อมห้องอาบน้ำสำหรับพนักงานเพื่อความสะดวกในการเดินทางมายังอาคารจากอาคารใกล้เคียง และยังมีการระบุที่จดรถสำหรับรถ eco car และ carpool ไว้ในตำแหน่งที่จอดที่ดีที่สุด เพื่อสนับสนุนการใช้รถยนต์   ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด
  • การเพิ่มพื้นที่สีเขียว ตัวอาคารมีบริเวณพื้นที่สีเขียวโดยรอบอย่างเหลือเฟือ ซึ่งสามารถนับได้ทั้งเป็นพื้นที่    สีเขียวและพื้นที่เปิดโล่งตามเกณฑ์ LEED  นอกจากนี้เนื่องจากพื้นที่มีขนาดใหญ่กว่าที่กฎหมายกำหนดมากกว่า 1.5 เท่า  จึงทำให้สามารถทำคะแนนพิเศษในหมวดนวัตกรรมได้อีก 1 คะแนน
  •  การลดปัญหาน้ำท่วม ทางโครงมีการจัดเตรียมบ่อหน่วงน้ำที่มีขนาดใหญ่เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในงาน ภูมิสถาปัตยกรรม ซึ่งจะสามารถใช้ในการหน่วงน้ำก่อนออกจากโครงการได้ บ่อดังกล่าวมีราคาไม่สูงนักผนวกกับมีพื้นที่โครงการมากจึงสามารถเตรียมพื้นที่บ่อไว้ได้  นอกจากนี้ยังมีการควบคุมคุณภาพของน้ำฝนด้วยการขุดบ่อซึมทรายซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานภูมิสถาปัตยกรรมและมีราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับระบบ บ่อทรายที่ต้องพึ่งระบบปั๊มในการอัดแรงดัน  ซึ่งมีราคาสูงกว่าบ่อทรายธรรมชาติหลายเท่าตัว การใช้ระบบบ่อซึมทรายธรรมชาตินี้ต้องมีพื้นที่พอเพียงเพิ่มเติมจะระบบบ่อหน่วงน้ำที่ใช้ในการชะลอน้ำท่วมไหลล้น
  • ลดปรากฏการณ์เกาะร้อน(Urban Heat Island) เนื่องจากที่จอดรถบนดินกลางแจ้งมักทำด้วยคอนกรีต  หรือไม่ก็ลาดยางมะตอยซึ่งอมความร้อนสูง ที่จอดรถดังกล่าวจึงทำให้อุณหภูมิอากาศสูงขึ้นมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมือง การแก้ปัญหาคือการไม่ให้ที่จอดรถโดนแดดซึ่งในโครงการนี้ได้มีการนำที่จอดรถสอดเข้าไปใต้อาคารได้ 100% จึงสามารถได้ทั้งคะแนนในหมวดนี้และในหมวดนวัตกรรมเพิ่มอีก 1 คะแนน ส่วนหลังคานั้น หากจะทำคะแนนต้องใช้กระเบื้องสีอ่อนที่มีค่า SRI 78 หรือ SRI 29 ที่ความชันหลังคามากกว่า 1:6 ขึ้นไป แต่เนื่องจากสีที่ผ่านเกณฑ์นั้นไม่กลมกลืนกับอาคารโดยรอบ ทางธนาคารจึงตัดสินใจ ไม่ทำคะแนนในหมวดหลังคาที่เกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์เกาะความร้อน
  • มลภาวะทางแสง ตัวอาคารมีการติดตั้ง timer  ซึ่งทำให้ทางอาคารสามารถความคุมการเปิดปิดได้จากศูนย์กลาง ทำให้สามารถควบคุมแสงที่อาจไปรบกวนต่อทั้งคนและสัตว์ยามค่ำคืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ระบบแสงสว่างภายนอกอาคารยังถูกออกแบบให้ไม่ใช้พลังงานมาก ไม่มีการฉายแสงไฟเข้าสู่อาคาร แต่ยังสว่างเพียงพอที่จะคงรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานให้กับผู้ใช้อาคาร นอกจากนี้โครงการ   ยังหลีกเลี่ยงการวางดวงโคมที่อาจส่องแสงเกินขอบเขตของพื้นทีโครงการ ผนวกกับการที่พื้นที่โครงการค่อนข้างกว้างและมีพื้นที่สวน (ไม่มีระบบแสงสว่าง) ล้อมรอบจึงสมารถทำคะแนนข้อนี้ได้ง่าย



Back